ปลดปล่อยให้รถยนต์หยุดนานเหลือเกิน จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?

คนจำนวนไม่น้อยอาจมีความคิดว่า การปลดปล่อยให้รถยนต์หยุดนาน อยู่ที่บ้านนั้นเกิดเรื่องที่ดี เพราะว่านอกเหนือจากจะมัธยัสถ์น้ำมันแล้ว ยังไม่ต้องขับขี่รถออกไปพบเจอภาวะถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์เดินทางจำนวนมาก แถมยังได้ใช้ประโยชน์จากระบบคมนาคมต่างๆที่ไม่ทำให้เกิดความเคร่งเครียดบนถนนเสมือนตอนขับขี่รถด้วยตัวเองอีกด้วย แต่ว่าผู้ใดเลยจะทราบว่าผลข้างเคียงของการหยุดรถยนต์ทิ้งเอาไว้นานๆก็มีเช่นกัน รวมทั้งอาจจะก่อให้คุณจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการซ่อมรถยนต์มากยิ่งกว่าการใช้รถยนต์ขับรถเสมอๆก็ได้ ไปดูกันดีกว่าว่า การหยุดรถยนต์ทิ้งเอาไว้นานจะมีผลให้เป็นผลเสียอะไรได้บ้าง

แบตเตอรี่

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยประสบพบเจอปัญหารถยนต์ไม่ค่อยได้ใช้ พอเพียงจะกลับมาใช้งานเพราะเหตุใดแบตเตอรี่หมด กางตเสื่อม ไม่มีประจุ จะต้องขอบอกที่ตรงนี้ก่อนว่าต่อให้ไม่มีการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ก็ตาม แม้กระนั้นในความเป็นจริงแบตเตอรี่ก็ยังคงมีการจ่ายไฟฟ้าไปเลี้ยงระบบในรถยนต์อยู่ ดังเช่นว่า ระบบกันลักขโมย หรือ ระบบควบคุม (ECU) ถ้าเกิดหยุดไว้โดยไม่มีการตำหนิดเครื่องยนต์กลไกเป็นระยะเวลาที่ยาวนานก็ทำให้แบตเตอรี่หมดประจุได้ เมื่อแบตเตอรี่หมดประจุก็ควรจะมีการแนบท้ายเพื่อสตาร์ท ซึ่งหากปลดปล่อยให้กางตหมดแล้วพ่วงอยู่เป็นประจำก็จะมีผลให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ขอรับ

ข้อเสนอที่เป็นหลักสากลก็คือถ้าหากไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์ก็เสนอแนะให้มีการสตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ 10 นาที หรือมากมายว่า อย่างต่ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง หรือถ้าทำเป็นทุกเมื่อเชื่อวันก็จะดี เป็นการช่วยต่ออายุแบตเตอรี่ได้นะครับ (สตาร์ทคงที่เฉยๆครับ)

ของเหลวในรถยนต์

ถ้ารถยนต์ไม่ค่อยได้ใช้เมื่อกลับมาใช้งานก่อนที่จะออกมาจากบ้าน ชี้แนะให้กระทำเช็คของเหลวต่างๆในรถยนต์ของพวกเราก่อนนะครับว่าพร้อมใช้งานมากมายน้อยแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ เพื่อหล่อเลี้ยงส่วนประกอบต่างๆไม่ให้กำเนิดสนิม

เพิ่มเติมอีกสำหรับเรื่องของน้ำมันเครื่องที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยชอบสงสัยกันว่าถ้าเกิดรถยนต์ไม่ค่อยได้วิ่งจำเป็นที่จะต้องแปลงน้ำมันเครื่องเมื่อไรถึงจะสมควร ชี้แนะให้แปลงตามช่วงเวลาที่ดินโตโยต้าระบุนะครับ โดยธรรมดาพวกเราจะปลูกถ่ายน้ำมันเครื่องกันทุก 5,000 กิโล หรือ 10,000 กม. แม้กระนั้นสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์น้อยๆแม้อ้างอิงตามระยะทางในช่วงเวลาปีหนึ่งบางครั้งอาจจะไม่ได้มีการถ่ายน้ำมันเครื่องเลย ฉะนั้นจำต้องอ้างอิงตามช่วงเวลา โดยเปลี่ยนแปลงน้ำมันเครื่องทุกๆ6 เดือน หรือดังที่คู่มือระบุ อย่ามีความรู้สึกว่ามิได้ใช้แล้วจะไม่ต้องปลูกถ่ายน้ำมันเครื่อง เนื่องจากน้ำมันเครื่องก็มีวันหมดอายุและก็สลายตัวด้วยตัวเองได้แบบเดียวกัน แม้ปลดปล่อยไว้นานกระทั่งน้ำมันเครื่องสลายตัวรวมทั้งนำรถยนต์มาใช้งาน เครื่องจักรจะมีการผุกร่อนมากยิ่งกว่ารถยนต์ที่ใช้งานทุกวี่วันเสียอีกครับ

ลมยาง / ยางรถยนต์

ถ้าเกิดพวกเราต้องหยุดรถยนต์เอาไว้เป็นเวลานานๆชี้แนะให้เพิ่มลมยางมากยิ่งกว่าธรรมดาราวๆ 5-10 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือเสนอแนะให้นำรถยนต์ไปขับที่ เพื่อยางได้หมุนบ้าง เนื่องจากการหยุดรถยนต์คงที่นานๆดังเช่น มากยิ่งกว่า 1 ข้างขึ้นไป จะก่อให้กำเนิดอาการยางไม่คืนตัว โดยมีการยุบของโครงยางข้างหน้า ที่สัมผัสกับพื้นได้ เพราะน้ำหนักของตัวรถยนต์ทั้งปวง จะตกสู่ยางแต่ละเส้นในจุดเดียว ทำให้โครงยางเสียทรง ไม่กลม เมื่อนำรถยนต์ไปขับรถคราวหลัง อาจจะส่งผลให้กำเนิดอาการสั่นเต้นรวมทั้งกำเนิดเสียงดังไม่ดีเหมือนปกติได้ ถ้าหากเป็นได้วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเรื่องที่จำเป็นต้องหยุดรถยนต์ทิ้งเอาไว้นานเกินกว่า 3 ข้างขึ้นไปนั้นขอชี้แนะให้ชูรถยนต์ตั้งบนแท่นวางทั้งยัง 4 ล้อ ซึ่งทำให้น้ำหนักรถยนต์ไม่กดทับลงบนยาง เป็นการรักษารูปร่างของยางเจริญที่สุดครับผม

สตาร์ทเครื่องยนต์พารถยนต์ของพวกเราไปยืดเส้นยืดสายบ้าง

เรื่องของระบบต่างๆด้านในเครื่องจักร นับว่าเป็นเรื่องที่พวกเราไม่สมควรละเลยครับ ว่าควรจะสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อเครื่องยนต์กลไกดำเนินงานแล้วก็ชาร์แบตเตอรี่เข้าแบตเตอรี่บ้าง แม้กระนั้นอีกสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กันเป็นควรพาไปขับเพื่อยืดเส้นยืดสายบ้าง เนื่องจากเพราะในรถยนต์นั้นมีองค์ประกอบและก็เครื่องใช้ไม้สอยที่เป็นจุดหมุน อย่างเช่น ระบบตอนล่าง ลูกหมากต่างๆกระทั่งยางรวมทั้งล้อ ถ้าเกิดปลดปล่อยให้คงที่นานๆไม่มีการขยับตัวก็บางทีอาจกำเนิดอาการเส้นยึดได้ และก็อาจจะทำให้มีการสึกกร่อนได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่ารถยนต์ที่ใช้งานประจำ เสนอแนะให้มีการขับเพื่อยืดเส้นยืดสายตอนล่างของรถยนต์บ้างเพื่อต่ออายุการใช้แรงงานให้ยาวนานครับ

วิธีการทำความสะอาดรถยนต์

เพื่อไม่ให้ฝุ่นผงและก็สิ่งสกปรกเกาะอยู่ที่สีรถยนต์นานเหลือเกินจนถึงยากที่จะล้างออก ต้องมีแนวทางการทำความสะอาดรถยนต์ก่อน แล้วก็ค่อยหุ้มผ้าที่มีไว้คลุมรถยนต์เพื่อคุ้มครองปกป้องฝุ่นละออง และก็รักษาสีของรถยนต์ให้ดูราวกับว่าใหม่

สถานที่สำหรับในการหยุดรถยนต์

ควรจะหยุดรถยนต์ในที่ร่ม เลี่ยงการหยุดรถยนต์ใต้ต้นไม้แล้วก็สถานที่ชื้นแฉะ หรือใกล้ถังสำหรับใส่ขยะ ด้วยเหตุว่าอาจมีจังหวะที่หนูเข้ามาอาศัยหรือสร้างรังใต้กระโปรงรถยนต์ได้ ถ้าหากหยุดรถยนต์ใต้ต้นไม้จำเป็นที่จะต้องระวังให้มากมาย เนื่องจากว่าต้นไม้จะมียางของต้นไม้ที่จะร่วงลงมา ทำให้สีรถยนต์ของพวกเราด่างได้ รวมทั้งก้านไม้ที่ตกลงมาตามกระแสลม หรืออื่นๆซึ่งอาจจะก่อให้รถยนต์ของพวกเรากำเนิดรอยขูดขีดได้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *